ความสำคัญของการเทรดอย่างมั่นคงและมีวินัย

การเทรดคริปโทเคอร์เรนซีมีหลายระดับ บางคนก็เทรดเหมือนเป็นการเสี่ยงดวง บางคนก็เทรดอย่างเป็นระบบและทำรายได้อย่างมั่นคง ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการจะเทรดอย่างจริงจังและต้องการกำไร สิ่งที่ควรทำคือการควบคุมตัวเอง ควบคุมนิสัยการเทรด และคอยปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดของตนเอง

การเทรดอย่างมั่นคงและมีวินัยจะต้องหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ และความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งวันนี้เราก็มีทริคจำง่ายๆทำได้จริงมาฝากกัน

 

ดูแลบัญชีและ wallet ให้ปลอดภัย

เรื่องพื้นฐานสำคัญก่อนจะเริ่มเทรดเลยคือการรักษาความปลอดภัยของเงินเราเอง เพราะไม่ว่าเราจะเทรดเก่ง เทรดได้กำไรมากแค่ไหน แต่ถ้าบัญชีหรือ wallet เราโดนแฮกทุกอย่างก็จบ ซึ่งการรักษาความปลอดภัยก็ทำได้หลายวิธี อย่างเช่น two-factor authentication (2FA code) ถ้าเราใช้ exchange ที่มีมาตรฐาน ทางแพลตฟอร์มจะมีให้เราใช้อยู่แล้ว ต่อมาคือการสร้างรหัสผ่านที่คาดเดายาก เช่น การใส่ตัวอักษรพิเศษ ใช้ตัวอักษรตัวเล็ก-ใหญ่ สลับกัน

หรือถ้าเราใช้ cryptocurrency wallet สิ่งที่ควรทำก็คือการเก็บ private ในที่ๆเรารู้คนเดียว และไม่ควรเก็บในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เพราะมีโอกาสที่อุปกรณ์จะถูกแฮกแล้วถูกขโมย private key ไป การใช้กระดาษจดไว้ก็เป็นทางเลือกที่ดี หรือจะซื้อ hardware wallet มาใช้ก็ได้ (ห้ามทำหายด้วยนะ)

 

ทำแผนการเทรด

วิถีทางในการป้องกันไม่ให้ความรู้สึกส่วนตัวมามีผลต่อการเทรด คือการสร้างแผนการเทรดของตัวเองขึ้นมา แล้วก็ทำตามแผนไปเรื่อยๆ ด้วยวิธีการนี้จะทำให้อาการเครียด ผิดหวัง เข้ามาทำให้เรารู้สึก fail แล้วออกจากตลาดไป

แผนของเราคือสิ่งที่เราต้องทำเผื่อไปถึงจุดหมายที่เราต้องการ แล้วเราต้องดูตัวเราเองว่ามีเงินทุนมากน้อยแค่ไหน รับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน ซึ่งแผนที่เราทำนี้ต้องเป็นแผนที่เราต้องพึงพอใจที่จะทำตาม สิ่งที่ต้องกำหนดในการสร้างแผนเช่น

  • ประเภทและสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด
  • จุดซื้อและขายทำกำไร
  • จะกระจายความเสี่ยงอย่างไร
  • สูญเสียได้แค่ไหน

[Risk/Reward คืออะไร ใช้งานอย่างไร]

 

ตั้งซื้อขายอัตโนมัติ

เมื่อเราวางแผนการเทรดแล้ว เราจะรู้จุดที่เราควรซื้อและขายเพื่อทำกำไร หรือขายเพื่อ cut loss โดยที่เราสามารถตั้งค่าให้มีการซื้อและขายอัตโนมัติได้ เพียงแค่กำหนดราคาที่ต้องการทำ action ต่างๆ ซึ่งมันมีประโยชน์และประสิทธิภาพมากกว่าการซื้อขายด้วยมือตัวเอง เพราะเราไม่จำเป็นที่จะต้องนั่งเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา และถ้าราคามีความผันผวนสูง ราคาขยับอย่างรวดเร็ว การตั้งอัตโนมัติทำให้ออเดอร์เรามีโอกาสสำเร็จมากกว่า

 

กระจายความเสี่ยง

ในการวางแผนการลงทุน การกระจายการลงทุนไปยังหลายๆประเภทสินทรัพย์จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ เพราะการลงทุน all in ในสิ่งๆเดียว ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมา เงินของเราจะหายไปหมด

ยกตัวอย่างการลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี การลงทุนในหลายๆประเภทการลงทุน เช่น ลงทุนใน DeFi, Future, Spot, ขุดเหรียญ หรือ stablecoin และในแต่ละประเภทเราก็สามารถกระจายไปในแต่ละสินทรัพย์ อย่างเช่น Spot เราก็สามารถถือเหรียญ BTC, ETH หรือ BNB ตามที่เราต้องการ ส่วน Stablecoin เราก็สามารถถือ USDT BUSD ควบคู่กันไป

 

ไม่ FOMO

FOMO – Fear of Missing Out คือความรู้สึกของนักเทรด ที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังพลาดโอกาสในการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ราคากำลังพุ่งกระจาย แล้วก็ทำการเข้าซื้อตามไปเพราะความรู้สึกเสียดาย ซึ่งการ FOMO จะทำให้เราตัดสินใจโดยไม่รอบคอบและไม่ทำตามแผนเริ่มแรก เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้การลงทุนของเรา

สิ่งที่ควรระวังคือพวกปั่นกระแส กลุ่มคนพวกนี้คือพวกที่เข้าซื้อตั้งแต่ต้นน้ำแล้ว และมาปั่นกระแสในโซเชียลมีเดีย ชักจูงให้ผู้คนเข้าซื้อ ด้วยความโลภและ FOMO โดยจะมีประโยคฮิตๆเช่น ราคาตอนนี้ยังหลุมเพื่อน ไม่ซื้อตอนนี้ต้องซื้อตอนราคา XXX นะ และผู้คนที่เกิดอาการ FOMO ก็มีโอกาสสูงทีเดียวในการลงทุนโดยที่ไม่ศึกษาพื้นฐานของโปรเจค และวิเคราะห์จุดเข้าซื้ออย่างถี่ถ้วน

 

ใช้ Leverage ให้เป็น

ในโหมด Future จะมีฟังก์ชัน leverage ที่เป็นตัวเลข 10x 125x อยู่ มันคือเพิ่มเงินทุนจากการยืม เช่น จากเดิมที่เรามีเงิน 1,000 เมื่อใช้ฟังก์ชัน 10x ไป เราก็เหมือนมีเงินทุน 10,000 สำหรับการเทรด แต่เมื่อการเทรดเราไปผิดทาง เราจะเสียเงินทุนทั้งหมดที่มี ซึ่งการเทรดแบบนี้มีความเสี่ยงสูง ประสบการณ์และความรอบคอบคือสิ่งสำคัญ สิ่งที่ควรทำคือแบ่งเงินทุนเราเป็นก้อนๆ และเลือกเปิด position ที่มี risk/reward มากกว่า 2 เท่าขึ้นไป จะทำให้เรามีโอกาสได้กำไรจากการเทรด แม้เราจะแพ้บ้างชนะบ้าง

 

ศึกษาหาความรู้

การศึกษาคือการลดความเสี่ยงที่สำคัญของนักลงทุน ก่อนจะลงทุนในเหรียญ โทเค็น หรือโปรเจคใดๆ เราควรศึกษาตัวคริปโทเคอเรนซีนั้นๆให้ดีก่อน เช่น whitepaper, roadmap หรือ พื้นฐานของเหรียญ

สิ่งสำคัญคือแหล่งของข้อมูลต้องมีความน่าเชื่อถือ เพราะบนอินเทอร์เน็ต ใครๆก็สามารถแสดงความเห็นหรือข้อเท็จจริงอะไรก็ได้ การดูข้อมูลจากหลายๆแหล่งช่วยให้เรากรองข้อมูลได้ดีขึ้น

[Cryptocurrency Whitepaper คืออะไร สำคัญอย่างไร]

Reference : Binance Academy