เหมืองขุดแห่งใหม่นี้อยู่ที่ ‘Steel City’ ในเขต Whyalla ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจะใช้พลังงานไฟฟ้าที่กำเนิดจากพลังงานแสงอาทิตย์ ดำเนินการโดยบริษัท Lumos Digital Mining โดยเหมืองขุดขนาดไฟ 5 เมกะวัตต์นี้จะทำการขุดเหรียญ Bitcoin ซึ่งเป็นกระบวนการที่มักถูกกล่าวหาว่าใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง

อย่างสำนักข่าว ABC ของออสเตรเลียก็ได้ระบุในรายงานข่าวไว้ว่าในช่วงที่ทั่วโลกกำลังพยายามลดการใช้พลังงาน แต่การขุดคริปโทเคอร์เรนซีกลับใช้พลังงานมากกว่าประเทศขนาดกลางอย่างประเทศอาร์เจนตินาเสียอีก ซึ่งคำวิจารณ์ประเภทนี้มักถูกนำเสนอโดยสื่อมวลชนทั่วโลก

 

แต่การสร้างเหมืองขุดพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นมานั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดี ว่าการขุดบิตคอยน์นั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดย ‘Nick Champion’ รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและการลงทุนของรัฐเซาท์ออสเตรเลียได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวไว้

 

“ นี่คือสิ่งสำคัญสำหรับ decarbonizing blockchain (บล็อกเชนที่ลดการปล่อยคาร์บอน) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานจำนวนมาก ผมคิดว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจใหม่ของ Whyalla “

 

และ Nick ยังกล่าวอีกว่าเขาได้หวังที่จะเห็นเหมืองขุดอื่นๆที่ขุดคริปโทเคอร์เรนซีโดยใช้พลังงานหมุนเวียนในอนาคต “ จะมีความต้องการในบล็อกเชนมากขึ้น แต่บล็อกเชนนั้นก็ต้องไม่ทำลายธรรมชาติด้วย “

 

คำแถลงนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานล่าสุดออกมาจากสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คาดการณ์ว่าการขุดคริปโทเคอร์เรนซีในสหรัฐอเมริกาเพียงอย่างเดียวนั้นคิดเป็น 0.3% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก

 

ตามที่ Lumos Digital Mining กล่าว เหมืองขุดบิตคอยน์นี้สามารถขุดได้ประมาณ 100 BTC ต่อปี ขึ้นอยู่กับพลังงานที่ใช้ได้ และบริษัทยังสามารถขายพลังงานแสงอาทิตย์บางส่วนให้กับผู้ซื้อรายอื่น หรือเพิ่มกำลังการขุดเพื่อใช้พลังงานที่เหลือเมื่อมีพลังงานมากเกินความต้องการ ทำให้พลังงานที่สร้างได้ไม่สูญเปล่า

 

การขุดบิตคอยน์โดยใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานเหลือใช้ได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยปัจจุบันนักลงทุนให้ความสนใจในการขุดโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น