ตลาดหมีคืออะไร

   ตลาดการเงินการลงทุนจะเคลื่อนไหวเป็น trends เป็นเรื่องสำคัญมากที่เราต้องทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละ trends เพื่อที่จะทำให้เราตัดสินใจในการลงทุนได้ดีขึ้น (Trends เป็นเหมือนกระแสของตลาดว่าไปในทิศทางไหน)

   “ตลาดหมี” คือ trends ราคาของสินทรัพย์ในการลงทุน เช่น หุ้น หุ้นกู้ หรือ ราคาของ cryptocurrency มีการปรับราคาลง ซึ่งในภาวะตลาดแบบนี้เป็นช่วงที่ยากต่อการทำกำไรในการเทรดหรือลงทุน ไม่ว่าจะสำหรับหน้าใหม่หรือหน้าเก่า ในบทความนี้เราจะกล่าวถึง ตลาดหมีคืออะไร วิธีเอาตัวรอดในตลาดหมี ซึ่งทำให้เราสามารถทำกำไรหรือทำให้เราขาดทุนน้อยที่สุดในตลาดขาลงแบบนี้

   ตลาดหมีถ้าให้อธิบายง่ายๆก็คือช่วงขาลงของตลาด ซึ่งตลาดช่วงนี้มีความเสี่ยงที่สูงและมีความยากในการเทรดเพื่อทำกำไร สภาวะตลาดแบบนี้สามารถทำให้เกิดการขาดทุน และทำให้นักลงทุนกลัวในการเข้าเทรด

   ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ เวลาขึ้นขึ้นทางบันได แต่เวลาลงลงทางลิฟต์ หมายความว่าเวลาราคาขึ้นจะขึ้นช้าๆขึ้นทีละไม่มาก แต่เวลาลงจะลงแบบรวดเร็วและสามารถลงไปได้เยอะมาก ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าเวลาที่ราคาเริ่มร่วง นักเทรดหลายคนจะรีบเทขายเพื่อเก็บเงินสดไว้ในมือ หรือ cut loss เพราะกลัวจะขาดทุนมากกว่าเดิม และเมื่อเกิดการเทขาย ตลาดก็เหมือนเป็นโดมิโน ที่ทุกคนเทขายตามๆกันเพราะเห็นราคาที่ร่วงหล่น

   ตลาดหมีจะดำเนินไปเรื่อยๆราคาจะลดลงเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดกลับตัวที่คนเริ่มกลับเข้ามาซื้อ ทำให้เปลี่ยน trends ไปเป็นตลาดกระทิงหรือเป็นไซด์เวย์

และเมื่ออยู่ในตลาดหมีนักลงทุนหลายคนก็เป็นหมี (bearish) นักลงทุนประเภทนี้จะมีการคาดการณ์ว่าราคาจะลงและทำกำไรในช่วงขาลง อย่างเช่นทำการ short position

ความแตกต่างระหว่างตลาดหมีและตลาดกระทิง (Bear market vs Bull market)

   นอกจากความแตกต่างด้านราคาแล้ว ตลาดหมีจะมีปริมาณการเทรดน้อยลงเนื่องจากราคาที่ร่วงลงต่ำทำให้ไม่ดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามา แต่กลับกันตลาดกระทิงที่ราคาพุ่งขึ้นสูงจะมีนักลงทุนหรือคนใหม่ๆสนใจและเข้ามาเทรดจำนวนมาก คำว่าหมีกับกระทิงที่ใช้เรียกกันมีการคาดเดากันว่าเอามาจากวิธีโจมตีเหยื่อของมัน หมีจะตบลงเปรียบเสมือนกราฟหรือราคาที่ลง กระทิงจะขวิดขึ้นเหมือนกราฟหรือราคาที่ขึ้น

วิธีเอาตัวรอดในตลาดหมี

Level 0

   หนึ่งในกลยุทธ์ที่ง่ายที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ก็คือ ถือเงินสดไว้ (หรือ stable coin ที่ราคาอิงตาม USD) “ถ้าตลาดหมีมันยากเราก็งดเทรดไปซะ” อารมณ์ประมาณนี้ เราแค่ต้องรอให้ตลาดเปลี่ยน trends เป็นตลาดกระทิงหรือตลาดขาขึ้น หรือถ้าเราเห็นราคาต่ำมากๆแล้วเราอาจลองเข้าซื้อ เผื่อตลาดจะกลับตัวและเราก็ทำกำไรได้มากขึ้นไปอีก โดยต้องดูให้ดีว่าราคาต่ำจนน่าซื้อและราคาไม่น่าล่วงไปมากกว่านี้

Level 1

   DCA หรือการซื้อโดยไม่สนราคา จะซื้อเป็นรอบๆอย่างเช่นเดือนละ 1 ครั้งโดยไม่สนว่าราคาจะเท่าไร

Level 2

   เทรดตาม trends ตลาดเป็นขาลงก็สามารถทำกำไรด้วยการเปิด short position ถ้าลงราคาลงตามที่เราคาดการณ์ไว้เราก็จะได้กำไรจากการเทรด

Level 3

   มองหาจุดกลับตัวแล้วเข้าซื้อตอนนั้น ซึ่งทำให้เราเข้าซื้อในจุดที่ราคาต่ำที่สุด แล้วพอตลาดเปลี่ยน trends เป็นขาขึ้น เราก็รันกำไรไปเรื่อยๆ แต่ก็มีความเสี่ยงที่เราจะคาดการณ์ผิดและราคาก็ยังลงต่อซึ่งเราต้องแบ่งไม้ในการเข้าซื้อให้เหมาะสม

   ทั้งตลาดหมีและตลาดกระทิงก็ต่างมีความเสี่ยง เราจึงต้องจัดสรรการลงทุนให้รอบคอบ อย่าเพียงใส่ไข่ในตะกร้าใบเดียว โดยเฉพาะการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีที่เงินที่ใช้ในการลงทุนควรเป็นเงินเย็นหรือเงินที่ไม่ได้กู้ยืมใครมาเท่านั้น เพราะตลาดนี้มีความผันผวนมาก อาจจะทู เดอะ มูน หรือ ทู เดอะ มูล ในเวลาสั้นๆก็เป็นได้

referrence

https://academy.binance.com/en/articles/what-is-a-bear-market