ปัจจุบันแรงขุดรวม (Hashrate) ของ Bitcoin ทั่วโลกอยู่ที่ 809.65 EH/s (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มีนาคม 2025) โดย 3 พูลใหญ่ อย่าง Foundry USA, Antpool และ Viabtc รวมกันถือครองแรงขุดมากกว่า 65.5% ของเครือข่ายทั้งหมด ถือเป็นการผูกขาดกำลังขุดที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
แล้วอะไรทำให้ 3 เจ้านี้ขึ้นมายืนหนึ่งในอุตสาหกรรมเหมือง Bitcoin ได้ขนาดนี้?
Mining Pool คืออะไร?
Mining Pool คือศูนย์กลางรวมพลังขุดจากนักขุดรายย่อยทั่วโลกมาร่วมกันเพิ่มโอกาสเจอบล็อก แล้วแบ่งรางวัลกันตามสัดส่วนแรงขุดที่แต่ละคนส่งเข้ามา นอกจากช่วยให้รายได้สม่ำเสมอ ยังลดความเสี่ยงจากการขุดบล็อกไม่เจอด้วย
Foundry USA – ตัวท็อปจากฝั่งสหรัฐฯ แรงขุดสูงสุดในโลก
Foundry USA ครองแรงขุดประมาณ 246 EH/s หรือเกือบ 30% ของ Bitcoin ทั้งเครือข่าย จุดแข็งคือเน้น ความปลอดภัยสูงสุด ทั้งระบบ KYC/AML, Whitelist Address และมาตรฐาน SOC 2 แถมยังจ่ายผลตอบแทนแบบ FPPS (Full Pay Per Share) ไม่มีค่าธรรมเนียม ทำให้รายได้ของนักขุด นิ่งและคาดการณ์ได้ เหมาะกับสายทุนใหญ่และนักขุดสถาบัน
Foundry ยังมีแคมเปญ “Donate” เปิดให้นักขุดแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งไปช่วยพัฒนา Bitcoin Core ด้วย เพิ่มภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับพูลนี้
จุดขายสำคัญคือ ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ ทำให้นักขุดเชื่อมั่นเรื่องกฎระเบียบ ไม่ต้องเสี่ยงกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ขนาดบริษัทใหญ่ระดับ Bitfarms, Hut 8 และ Cipher Mining ก็เลือกใช้ Foundry ในการขุดจากบล็อก Bitcoin 998 บล็อกล่าสุด Foundry ขุดไปได้ถึง 310 บล็อก
Antpool – ตัวเก๋าจากค่าย Bitmain
Antpool มีแรงขุด 173 EH/s จุดเด่นคือเชื่อถือได้ เพราะมี Bitmain บริษัทเครื่องขุดรายใหญ่ระดับโลกหนุนหลัง ใช้โมเดล PPLNS (Pay Per Last N Shares) แบบ ไม่มีค่าธรรมเนียม ทำให้รายได้สูงกว่าพูลทั่วไป
Antpool ยังรองรับ Merged Mining ขุดเหรียญอื่นไปพร้อมกัน เช่น Namecoin, Syscoin เพิ่มโอกาสทำกำไรแบบไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
ด้วยระบบเซิร์ฟเวอร์กระจายตัวทั้ง สหรัฐฯ, เยอรมนี และจีน ลดโอกาสระบบล่มได้ดีมาก รอบล่าสุด Antpool ขุดได้ 209 บล็อก จาก 998 บล็อก
Viabtc – เล่นใหญ่เรื่องฟีเจอร์ทางการเงิน
Viabtc มีแรงขุด 111 EH/s เด่นที่ระบบจ่ายเงินแบบ PPS+ ของตัวเอง ช่วยเพิ่มรายได้ให้นักขุด แถมยังมีฟีเจอร์ทางการเงินครบ ทั้งกู้เงินด้วยคริปโต, Hedging Strategy และระบบแจ้งเตือนผ่าน Telegram แบบเรียลไทม์
Viabtc ยังรองรับการขุดเหรียญ LTC และ BCH ไปพร้อมกัน และมีแอปมือถือใช้งานง่าย คนทั่วโลกเลยนิยมใช้ รอบล่าสุด Viabtc ขุดไป 136 บล็อก จาก 998 บล็อก
ทำไมนักขุดเลือกอยู่กับพูลใหญ่?
นักขุดส่วนใหญ่ยอมเข้าพูลใหญ่ เพราะรายได้มั่นคง, เสี่ยงน้อย และค่าธรรมเนียมถูกกว่าพูลเล็ก ๆ ระบบหลังบ้านและซัพพอร์ตก็เหนือกว่าแบบเห็นได้ชัด
แต่ข้อเสียที่หลายคนเริ่มกังวล คือความเป็นศูนย์กลาง (Centralization) เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแรงขุดกระจุกตัวอยู่กับไม่กี่เจ้า ยิ่งตอนนี้ Foundry, Antpool และ Viabtc รวมกันถือแรงขุดถึง 65% แล้วถ้าวันหนึ่งมีการรวมตัวกัน บล็อกธุรกรรมบางอย่างหรือจัดการเครือข่าย ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ถึงวันนี้ เรื่อง Centralization ถูกพูดถึงหลายรอบ แต่สุดท้ายก็ยังแก้ไม่ได้ เพราะความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ยังคงดึงดูดนักขุดให้เลือกอยู่กับพูลใหญ่ต่อไป
Reference : Bitcoin News