Cango Inc. (NYSE: CANG) อาจเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูในวงการขุดบิตคอยน์ แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริษัทนี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ หลังจากเปลี่ยนทิศทางจากแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์ มาเป็นนักขุดบิตคอยน์เต็มตัว โดยตั้งเป้ากำลังขุดสูงถึง 50 EH/s ภายในปี 2025 และสามารถทำได้แล้ว 32 EH/s ภายในระยะเวลาอันสั้น
นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองที่สุดครั้งหนึ่งของวงการ และอาจทำให้ Cango กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของอุตสาหกรรมนี้
Cango Inc.: จากแพลตฟอร์มขายรถ สู่เหมืองขุดบิตคอยน์ขนาดใหญ่
Cango ก่อตั้งขึ้นในเซี่ยงไฮ้ โดยเริ่มต้นจากธุรกิจสินเชื่อและแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์ ก่อนจะขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศด้วยการขายรถมือสองให้ประเทศกำลังพัฒนา แต่ในเดือนพฤศจิกายน 2024 บริษัทได้ประกาศเข้าสู่ธุรกิจขุดบิตคอยน์เต็มตัว และติดตั้งกำลังขุดขนาด 32 EH/s ทันที ทำให้ขึ้นมาเป็นนักขุดบิตคอยน์รายใหญ่อันดับสามของตลาดในช่วงเวลานั้น รองจาก Marathon Digital (MARA) และ CleanSpark
Cango ไม่ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่เลือกใช้กลยุทธ์การเข้าซื้อกิจการ โดยซื้อเครื่องขุด ASIC จาก Bitmain และให้บริษัทพันธมิตรของ Bitmain เป็นผู้บริหารจัดการเครื่องขุด ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถเร่งขยายกำลังขุดได้อย่างรวดเร็ว
เครือข่ายเหมืองของ Cango กระจายอยู่ในสหรัฐอเมริกา แอฟริกาตะวันออก โอมาน และปารากวัย ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านกฎหมายคริปโตในประเทศจีน
ผลประกอบการที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
การเปลี่ยนแปลงของ Cango สะท้อนออกมาในตัวเลขรายได้อย่างชัดเจน
- ไตรมาส 4 ปี 2024 บริษัทมีรายได้ 668 ล้านหยวน ($91.5 ล้าน) เพิ่มขึ้น 414% YoY
- รายได้จากการขุดบิตคอยน์คิดเป็น 98% ของรายได้ทั้งหมด ในขณะที่ธุรกิจขายรถยนต์เดิมเหลือเพียง 15 ล้านหยวน ($2.1 ล้าน)
- อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.6% ซึ่งยังต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง CleanSpark ที่ทำได้ถึง 57%
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรของ Cango คือต้นทุนการผลิตบิตคอยน์ที่ค่อนข้างสูง โดยต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ $67,769 ต่อ BTC ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักขุดรายอื่นที่อยู่ราว $50K บริษัทจำเป็นต้องลดต้นทุนพลังงานและค่าธรรมเนียมโฮสติ้ง เพื่อปรับปรุงอัตรากำไรในอนาคต
ความแข็งแกร่งทางการเงิน & การลงทุนระยะยาว
แม้ว่า Cango จะต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุน แต่สถานะทางการเงินของบริษัทถือว่าแข็งแกร่ง
- เงินสดและการลงทุนระยะสั้น ณ สิ้นปี 2024 อยู่ที่ 2.5 พันล้านหยวน ($345 ล้าน)
- แม้ว่าหนี้สินรวมจะเพิ่มขึ้น 126% YoY เป็น 1.88 พันล้านหยวน ($258 ล้าน) แต่ก็เป็นไปตามแผนขยายธุรกิจ
- บริษัทมี มูลค่าตลาด (Market Cap) $424.77 ล้าน และ EV/EBITDA Ratio อยู่ที่ 17x ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสมเหตุสมผลสำหรับนักขุดบิตคอยน์
Cango ยังมี กลยุทธ์สะสมบิตคอยน์ (HODL Strategy) โดยถือครอง BTC มากกว่า 1,944.7 BTC ณ กุมภาพันธ์ 2025 และคาดว่าอาจเพิ่มขึ้นเป็น 9,500 BTC ภายในสิ้นปี 2025 ซึ่งหากบิตคอยน์แตะ $100K จริง บริษัทอาจถือสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า $1 พันล้าน
ศักยภาพและความท้าทายในปี 2025
แม้ว่า Cango จะขยายกำลังขุดอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงมีความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตามอง
- ต้นทุนการขุดที่สูงกว่าคู่แข่ง – บริษัทใช้เครื่องขุด S19XP Hyd. เป็นหลัก ซึ่งมีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ย 21.6 J/TH ขณะที่คู่แข่งอย่าง Riot และ Marathon เริ่มอัปเกรดเป็น S21 Series ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น
- การพึ่งพาการโฮสต์จากบุคคลที่สาม – การที่ Cango เช่าโครงสร้างพื้นฐานจากผู้ให้บริการโฮสติ้ง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น หากต้องการแข่งขันในระยะยาว บริษัทอาจต้องลงทุนสร้างเหมืองของตัวเอง
- ข้อเสนอซื้อกิจการจาก Enduring Wealth Capital (EWCL) – บริษัทลงทุนจาก BVI ที่มีความเชื่อมโยงกับ Bitmain ได้ยื่นข้อเสนอซื้อ Cango ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ามีการวางแผนแยกธุรกิจขุดบิตคอยน์ออกจากตลาดจีน
หากดีลนี้เกิดขึ้น Cango อาจได้รับเครื่องขุดราคาถูกจาก Bitmain และสามารถขยายกำลังขุดได้รวดเร็วขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน อาจมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ส่งผลต่อทิศทางของบริษัท
Cango จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมได้หรือไม่?
Cango ได้พิสูจน์แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงของบริษัท ไม่ได้เป็นเพียงแค่แนวคิด แต่เป็นการลงมือทำจริง ด้วยกำลังขุดที่อาจแตะ 50 EH/s ในปี 2025 และแนวทางการสะสม BTC ที่อาจทำให้บริษัทกลายเป็นหนึ่งในนักขุดที่มีคลังบิตคอยน์ใหญ่ที่สุด
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่สูงและการพึ่งพาผู้ให้บริการโฮสติ้งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องปรับปรุง หากบริษัทสามารถลดต้นทุนลง และเร่งอัปเกรดเครื่องขุดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น Cango อาจกลายเป็นหนึ่งในนักขุดบิตคอยน์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในอนาคต
Reference : Bitcoin News