KernelDAO กำลังยกระดับ restaking โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถนำสินทรัพย์ที่สเตกไว้ไปใช้ซ้ำได้บนเครือข่าย Ethereum และ BNB Chain ผ่านโปรโตคอล Kelp, Kernel และ Gain

Restaking: พลิกโฉม Proof-of-Stake

บล็อกเชนหลายเครือข่ายกำลังเปลี่ยนมาใช้ระบบ Proof-of-Stake (PoS) ซึ่งช่วยรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายโดยให้ผู้ใช้ล็อกโทเคนไว้ (staking) แทนที่จะใช้พลังประมวลผลมหาศาลแบบ Proof-of-Work

อย่างไรก็ตาม การล็อกโทเคนไว้อาจทำให้เกิดต้นทุนค่าเสียโอกาส เนื่องจากสินทรัพย์เหล่านั้นไม่สามารถนำไปใช้ในด้านอื่นได้ นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิด “restaking” ซึ่งช่วยให้สินทรัพย์ที่สเตกไว้สามารถถูกนำไปใช้ซ้ำกับโปรโตคอลอื่น ๆ ได้

หนึ่งในโปรเจกต์ที่พัฒนาแนวคิดนี้คือ KernelDAO ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม multichain restaking ที่มีมูลค่าสินทรัพย์ล็อกไว้ (TVL) กว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์ บนเครือข่าย Ethereum และ BNB Chain

จุดเด่นของ KernelDAO คืออะไร

  • ผู้ใช้สามารถนำสินทรัพย์ที่สเตกไว้ไปใช้ในเครือข่ายอื่นได้
  • เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนหลายทางโดยไม่กระทบกับรางวัลสเตกเดิม
  • ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับหลายเครือข่ายไปพร้อมกัน

Kelp – โปรโตคอล Liquid Restaking บน Ethereum

Kelp เป็นหนึ่งในโปรโตคอลสำคัญของ KernelDAO ซึ่งออกแบบมาสำหรับ Ethereum DeFi โดยให้บริการ Liquid Restaking Tokens (LRTs) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำ ETH ที่สเตกไว้มาสร้างโทเคนที่สามารถซื้อขายได้ และนำไปใช้ในแพลตฟอร์ม DeFi อื่น ๆ

สถิติที่น่าสนใจของ Kelp

  • มี TVL กว่า 2 พันล้านดอลลาร์
  • เป็น LRT Protocol อันดับสองของตลาด
  • เชื่อมต่อกับกว่า 40 โปรเจกต์ DeFi เช่น Aave, Compound และ Morpho
  • รองรับมากกว่า 10 Layer-2 Networks
  • มีผู้ใช้มากกว่า 400,000 ราย

“Restaking กำลังเปลี่ยนแปลง Proof-of-Stake โดยช่วยให้มีระบบความปลอดภัยร่วมกัน และสร้างรางวัลเพิ่มเติม”

Amitej Gajjalla, CEO ของ KernelDAO

Kernel – Restaking Layer สำหรับ BNB Chain

Kernel เป็นผลิตภัณฑ์อีกตัวของ KernelDAO ที่มุ่งเน้นไปที่ตลาด Restaking ของ BNB Chain โดยใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศของ BNB ที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพสูง

หลังเปิดตัวไม่นาน Kernel สามารถดึงดูด TVL ได้มากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ และได้รับการสนับสนุนจาก Binance Labs

จุดเด่นของ Kernel

  • เชื่อมต่อกับ 30+ โปรเจกต์ ที่เกี่ยวข้องกับ Zero-Knowledge Proofs, Cross-Chain Services และ Oracles
  • ใช้ BNB เป็นสินทรัพย์หลักเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ
  • เปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาใช้ประโยชน์จากโทเคนที่ถูกล็อกเพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเครือข่าย

Gain – เครื่องมือเพิ่มผลตอบแทนสำหรับนักลงทุน

KernelDAO ยังมีผลิตภัณฑ์ Gain ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มผลตอบแทนจากการ restaking ได้ง่ายขึ้น โดยมี TVL รวมกว่า 200 ล้านดอลลาร์

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ Gain

  • Airdrop Gain Vault (agETH): เปิดโอกาสให้ผู้ใช้รับ Layer-2 Airdrops
  • High Gain Vault (hgETH): ใช้กลยุทธ์ DeFi ระดับมืออาชีพเพื่อเพิ่มผลตอบแทน

Gain ช่วยให้การหารายได้จากสินทรัพย์ที่สเตกไว้ง่ายขึ้น และวางรากฐานสำหรับการขยายตัวไปสู่ Bitcoin และ Real-World Assets (RWAs)

KERNEL – โทเคนที่รวมทุกโปรโตคอลไว้ด้วยกัน

KernelDAO ใช้โทเคน KERNEL เป็นโทเคนกลางสำหรับทั้งสามโปรโตคอล แทนที่จะแยกเป็นหลายโทเคน ซึ่งช่วยให้ผู้ถือสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของระบบ

นอกจากนี้ KernelDAO ยังได้รับเงินทุนสนับสนุน 10 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนสถาบัน และมี Ecosystem Fund มูลค่า 40 ล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นให้ผู้พัฒนาเข้ามาสร้างบริการใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์ม

KernelDAO – จุดเปลี่ยนของ Blockchain Infrastructure

KernelDAO กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ restaking infrastructure โดยสามารถเชื่อมต่อระบบนิเวศของ Ethereum และ BNB Chain เข้าด้วยกัน

  • การเติบโตที่น่าจับตา TVL รวมกว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์
  • เครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง รองรับ 40+ โปรเจกต์ DeFi
  • ความปลอดภัยระดับสูง ได้รับการตรวจสอบจาก Bailsec, ChainSecurity และ SigmaPrime

ในขณะที่เทคโนโลยีบล็อกเชนยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง KernelDAO กำลังกลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มหลักที่ช่วยให้ restaking ขยายไปไกลกว่าคริปโตทั่วไป

Reference : Cointelegraph