ประธานาธิบดีลูคาเชนโกแนะใช้ไฟฟ้าส่วนเกินขุดคริปโต

ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ของเบลารุสได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคริปโตเคอเรนซี เพื่อใช้ไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Astravets ตามรายงานของสำนักข่าว BelTA เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2025 โรงไฟฟ้าดังกล่าวเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 2023 และผลิตไฟฟ้าได้ 41.8 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงในปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าความต้องการในประเทศถึง 700 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

ลูคาเชนโกได้กล่าวว่า “เรามีไฟฟ้าเหลือเฟือ ให้พวกเขาเอาไปขุดคริปโตซะ” ซึ่งสื่อถึงการปรับกลยุทธ์เพื่อนำพลังงานที่ไม่ได้ใช้มาสร้างรายได้ โดยมีทางเลือกทั้งการขุดคริปโตโดยรัฐหรือขายไฟฟ้าให้เอกชน แนวทางของเบลารุสนั้นคล้ายกับเอลซัลวาดอร์ที่มีแผนใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพขุดบิตคอยน์ และภูฏานที่ใช้พลังงานน้ำขับเคลื่อนการขุดอยู่แล้ว

 

แผนขุดคริปโตอาจเจอความซับซ้อนทางภูมิรัฐศาสตร์

แม้จะมีศักยภาพ แต่การใช้พลังงานนิวเคลียร์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเงินกู้รัสเซียมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ อาจทำให้แผนนี้ซับซ้อนขึ้นในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับกฎระเบียบและเป้าหมายของเบลารุสในการขุดคริปโต แต่ด้วยต้นทุนไฟฟ้าที่ต่ำที่สุดในยุโรป ก็อาจดึงดูดนักขุดคริปโตได้ แม้จะยังมีความไม่แน่นอนทางกฎระเบียบ

 

ปัญหาการคว่ำบาตรและบทบาทของรัสเซีย

การที่เบลารุสใกล้ชิดกับรัสเซียในช่วงที่ถูกคว่ำบาตรจากตะวันตก ทำให้เกิดคำถามว่าแผนการนี้จะเป็นไปได้มากแค่ไหนในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม การใช้ไฟฟ้าส่วนเกินเพื่อขุดคริปโตนั้นกำลังเป็นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ แม้จะมีความท้าทายอยู่บ้างก็ตาม

 

มองตามกระแสโลก สร้างคริปโตสำรองแห่งชาติ

ลูคาเชนโกยังได้กล่าวถึงทิศทางของโลก โดยอ้างถึงแผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ที่จะจัดตั้ง “กองทุนคริปโตสำรอง” สำหรับประเทศเป็นตัวอย่าง ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลูคาเชนโกยังเคยแย้มว่าเบลารุสอาจพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลแห่งชาติของตนเอง และในเดือนพฤษภาคม 2024 ก็ได้กล่าวว่าหลายประเทศเริ่มตั้งคำถามกับการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

การเดินหน้าขุดคริปโตด้วยพลังงานนิวเคลียร์ของเบลารุส อาจเป็นเส้นทางใหม่ที่น่าจับตามองในเวทีโลก โดยเฉพาะเมื่อหลายประเทศเริ่มมองเห็นศักยภาพของคริปโตเคอเรนซีในการสร้างรายได้จากทรัพยากรพลังงานส่วนเกินที่มีอยู่แล้ว

Reference : Bitcoin News