Michael Saylor ผู้ก่อตั้ง Strategy เสนอแผนให้รัฐบาลสหรัฐฯ สะสม Bitcoin สูงสุดถึง 25% ของอุปทานทั้งหมดภายในปี 2035 เพื่อเป็นทุนสำรองเชิงกลยุทธ์ โดยเขาได้เขียนไว้ในเอกสารชื่อ “A Digital Assets Strategy to Dominate the 21st Century Global Economy”
แผนการซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องถึงปี 2035
Saylor แนะนำให้รัฐบาลซื้อ Bitcoin อย่างสม่ำเสมอในรูปแบบโปรแกรมตั้งแต่ปี 2025 ถึง 2035 ซึ่งเป็นช่วงที่ Bitcoin ทั้งหมดจะถูกขุดออกมาแล้ว 99% โดยเขาเน้นย้ำให้รัฐบาลยึดนโยบาย “ห้ามขาย Bitcoin” เด็ดขาด
Bitcoin จะเป็นแหล่งความมั่งคั่งถาวรของสหรัฐฯ
Saylor คาดการณ์ว่า หากรัฐบาลสหรัฐฯ ยึดนโยบายไม่ขาย Bitcoin กองทุนสำรองเชิงกลยุทธ์นี้อาจสร้างรายได้กว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2045 และเป็นแหล่งความมั่งคั่งถาวรของชาวอเมริกัน นอกจากนี้ เขายังระบุว่าก่อนถึงปี 2045 กองทุนนี้อาจสร้างรายได้ระหว่าง 16 ล้านล้านถึง 81 ล้านล้านดอลลาร์ให้กับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยลดภาระหนี้สินของประเทศได้อย่างมาก
ทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหารตั้งกองทุน Bitcoin สำรอง
ในวันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อจัดตั้ง “Strategic Bitcoin Reserve” และ “Digital Asset Stockpile” โดยใช้เงินทุนจากคริปโตที่ถูกยึดในคดีอาญามาเป็นทุนตั้งต้น
แม้ว่าคำสั่งนี้จะยังไม่มีแผนซื้อ Bitcoin เพิ่มทันที แต่ก็ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์พัฒนากลยุทธ์การจัดหาที่ไม่เพิ่มภาระงบประมาณของผู้เสียภาษี
แผนสะสม Bitcoin 25% มากกว่าแผนเดิมของวุฒิสมาชิก Lummis
ข้อเสนอของ Saylor ที่ให้สะสม Bitcoin สูงสุดถึง 25% ของอุปทานทั้งหมด หรือราว 5.25 ล้าน BTC นั้นมากกว่าแผนของวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis จากรัฐไวโอมิงที่เคยเสนอให้สะสมเพียง 5% หรือราว 1 ล้าน BTC ตามร่างกฎหมาย Bitcoin Act ในเดือนกรกฎาคม 2024
Strategy ยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin ต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน Saylor ก็ยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่ม โดยเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Strategy ได้ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีกมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ตอนนี้บริษัทถือ Bitcoin รวมเกือบ 500,000 เหรียญ
การซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Strategy ระดมทุนเพิ่มอีก 2 พันล้านดอลลาร์ผ่านการออกหุ้นกู้แบบแปลงสภาพ เพื่อใช้ในการซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมโดยเฉพาะ
Reference : Cointelegraph