Strategy (ชื่อใหม่ของ Microstrategy) ของ Michael Saylor ยังคงมีกำไร 29% จากการถือครองบิตคอยน์จำนวนมาก แม้ในขณะที่ราคาบิตคอยน์ยืนเหนือระดับ 88,000 ดอลลาร์ ได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน หุ้น MSTR ของบริษัทก็พุ่งขึ้นมากกว่า 11% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สวนทางกับภาพรวมตลาดคริปโตที่กำลังปรับตัวลง
ไม่มีการกระจายความเสี่ยงก็ไม่เป็นไร: การถือ BTC ของ Strategy ดีกว่าถือ ETH อย่างเห็นได้ชัด
Strategy สะสมบิตคอยน์ประมาณ 499,096 BTC ซึ่งยังคงอยู่ในสถานะกำไรเมื่อเทียบกับต้นทุนที่ซื้อมาบริษัทใช้เงินไปทั้งสิ้น 33.087 พันล้านดอลลาร์ ในการซื้อบิตคอยน์ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 42.813 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก blockchaincenter.net คิดเป็นกำไร 9.7 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 29% เมื่อเทียบกับราคาซื้อ
ถ้า Strategy เลือกซื้อ Ethereum แทนจะเป็นยังไง?
ถ้าบริษัทเลือกลงทุนใน Ethereum (ETH) แทนบิตคอยน์ มูลค่าปัจจุบันจะอยู่ที่ 27.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะขาดทุน 17% หรือประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์ แทนที่จะได้กำไร
แม้จะมีการ Staking ETH และได้รับรางวัลเพิ่มเป็น 631,758 ETH มูลค่ารวมก็ยังอยู่ที่ 28.734 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่าการถือ BTC อยู่ดี
หุ้น MSTR พุ่งสวนทางตลาด แต่ยังไม่กลับจุดสูงสุดเดิม
หุ้น MSTR ปรับตัวขึ้น 11% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 4 มีนาคม ก่อนตลาดหุ้นสหรัฐปิด แต่หากดูในมุม Year-to-Date หุ้น MSTR ยังคง ลดลงเกือบ 9% และลดลงมากกว่า 19% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ช่วงบ่ายของวันที่ 4 มีนาคม ราคาหุ้นอยู่ที่ 277 ดอลลาร์ ซึ่งลดลง 28.45% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 387 ดอลลาร์
กลยุทธ์โฟกัส BTC อย่างเดียวของ Strategy ยังได้ผลดี
การเลือกลงทุนในบิตคอยน์แบบเน้น ๆ โดยไม่กระจายไปสินทรัพย์คริปโตอื่น ๆ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในทิศทางของบิตคอยน์ของ Michael Saylor แม้ราคาหุ้น MSTR จะผันผวน แต่การยึดกลยุทธ์นี้ไว้ก็ยังทำให้บริษัทได้กำไรในระยะยาว ทำให้เห็นว่าการมุ่งมั่นในบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว ยังดีกว่าการกระจายความเสี่ยงไปคริปโตอื่น ๆ อย่าง Ethereum ในเวลานี้
Reference : Bitcoin News