กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ว่า Douver T. Braga นักต้มตุ๋นสัญชาติบราซิล ถูกส่งตัวจากสวิตเซอร์แลนด์มายังสหรัฐฯ เพื่อเผชิญข้อกล่าวหาในคดีหลอกลวงเงินคริปโตมูลค่ากว่า 290 ล้านดอลลาร์ โดยเขาปรากฏตัวที่ศาลแขวงในซีแอตเทิล และให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งรวมถึงการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ (Wire Fraud) และสมคบคิด (Conspiracy)
Trade Coin Club: โครงการหลอกลงทุน Bitcoin ที่แท้จริงคือแชร์ลูกโซ่
อัยการระบุว่า Braga เป็นหัวหน้าแผนฉ้อโกงที่อ้างว่าเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนคริปโตชื่อ Trade Coin Club (TCC) โดยหลอกให้เหยื่อเชื่อว่าเป็นระบบซื้อขายที่ใช้อัลกอริธึมขั้นสูง แต่ความจริงแล้วเป็น Ponzi Scheme หรือแชร์ลูกโซ่ โดยเขาถูกคณะลูกขุนตัดสินฟ้องในเดือนตุลาคม 2022 ก่อนจะถูกจับกุมที่สวิตเซอร์แลนด์และส่งตัวมายังสหรัฐฯ คดีนี้จะเข้าสู่การพิจารณาคดีในวันที่ 28 เมษายน 2025 โดยผู้พิพากษา Tana Lin
ตระเวนโลก ขายฝันคริปโตลวงโลก
จากข้อมูลในศาล Braga เดินสายโปรโมต TCC ไปทั่วโลก เช่น
- ไทย (มีนาคม 2017)
- ไนจีเรีย และมาเก๊า (พฤษภาคม 2017)
- ใช้โซเชียลมีเดียและวิดีโอเพื่อดึงดูดนักลงทุน
- Braga เคยอ้างว่า TCC มีสมาชิกมากถึง 126,000 คน จาก 231 ประเทศ
แผนลวงโลก: ไม่มีการเทรดจริง ใช้เงินเหยื่อล่อเหยื่อใหม่
ศาลเปิดเผยว่า Braga และทีมงาน แอบอ้างว่า TCC เป็นแพลตฟอร์มเทรดคริปโต โดยหลอกให้ผู้ลงทุนเชื่อว่าจะได้กำไรจากความผันผวนของราคา Bitcoin พร้อมทั้งจูงใจให้สมาชิกชวนคนใหม่เข้ามาลงทุนเพิ่ม แต่ความจริง ไม่มีการซื้อขายใดๆ เกิดขึ้น เงินของนักลงทุนใหม่ถูกนำไปจ่ายให้คนเก่าแบบ Ponzi Scheme
โกงเงินไป 50 ล้านดอลลาร์ – หนีภาษี แต่สุดท้ายไม่รอด!
- ระหว่างปี 2016 – 2019 Braga ยักยอก Bitcoin ไปกว่า 50 ล้านดอลลาร์
- ต้นปี 2018 นักลงทุนเริ่มถอนเงินไม่ได้ และ TCC ก็ปิดตัวในสหรัฐฯ
- Braga ถูกกล่าวหาว่าแจ้งรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริงกับ IRS ขณะที่รับ Bitcoin หลายสิบล้านดอลลาร์
FBI ตามล่านานหลายปี – โดนสูงสุด 20 ปีในคุก
เจ้าหน้าที่ FBI และหน่วยสืบสวนภาษีอากร (IRS Criminal Investigation) ใช้เวลาหลายปีเพื่อคลี่คลายคดีนี้ โดยอัยการ Teal Luthy Miller ระบุว่า Braga ใช้กลโกงแบบเก่า แต่ปรับให้ดูทันสมัยด้วย Bitcoin ขณะที่ FBI Seattle ยืนยันว่า Braga ถอนเงินหลายล้านดอลลาร์ไปใช้ส่วนตัว
หากถูกตัดสินว่ามีความผิด Braga อาจต้องโทษจำคุก สูงสุด 20 ปี ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เป็นผู้ประสานงานในการส่งตัวข้ามแดนครั้งนี้
สรุป: คริปโตไม่ใช่ปัญหา แต่นักต้มตุ๋นคือปัญหา!
กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เตือนว่า การลงทุนคริปโตต้องศึกษาข้อมูลให้ดี อย่าหลงเชื่อโปรเจกต์ที่อ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ และที่สำคัญ อย่าไว้ใจแพลตฟอร์มที่ขาดความโปร่งใส เพราะวันหนึ่งอาจกลายเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่โดยไม่รู้ตัว!
Reference : Bitcoin News