ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังวางกรอบกำกับดูแลคริปโต ตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกกลับเป็นพื้นที่ที่ Stablecoin กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
Stablecoin ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตรึงมูลค่ากับสกุลเงินเฟียต เช่น ดอลลาร์สหรัฐ กำลังกลายเป็นเครื่องมือทางการเงินสำคัญในหลายประเทศกำลังพัฒนา ไม่ว่าจะเป็น
- การโอนเงินระหว่างประเทศ
- การช่วยให้ประชาชนเข้าถึงระบบการเงิน
- การเป็นตัวเลือกป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
Stablecoin เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดเกิดใหม่
Stablecoin ที่มีมูลค่าตรึงกับดอลลาร์สหรัฐ มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีการใช้งานจริงเพิ่มขึ้นใน แอฟริกา ละตินอเมริกา และเอเชีย
ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังพยายามกำหนดบทบาทของ Stablecoin นอกเหนือจากการใช้งานในวงการคริปโต ประเทศกำลังพัฒนากลับพิสูจน์ให้เห็นว่า Stablecoin มีความสำคัญอย่างแท้จริง เพราะไม่ได้เป็นเพียงแค่สินทรัพย์ทดลองทางการเงิน แต่เป็น “ทางออก” สำหรับปัญหาทางเศรษฐกิจของประชาชน
“ในประเทศที่ระบบการเงินยังไม่พัฒนา Stablecoin สามารถช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงระบบชำระเงินดิจิทัลที่มีต้นทุนต่ำและใช้งานได้ง่าย”
– Eswar Prasad ศาสตราจารย์ด้านนโยบายการค้าจากมหาวิทยาลัย Cornell
Stablecoin ช่วยป้องกันเงินเฟ้อในอเมริกาใต้
ในประเทศที่มีภาวะเงินเฟ้อรุนแรง เช่น อาร์เจนตินาและเวเนซุเอลา Stablecoin เป็นที่หลบภัยทางการเงิน เนื่องจากสามารถรักษามูลค่าในรูปแบบของดอลลาร์ได้ ในขณะที่ค่าเงินท้องถิ่นเสื่อมค่าลงอย่างต่อเนื่อง
- อาร์เจนตินา : ประชาชนไม่ไว้วางใจค่าเงินท้องถิ่น จึงเลือกถือเงินดอลลาร์แทน แต่การควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนของรัฐบาลทำให้เข้าถึงดอลลาร์ได้ยาก Stablecoin จึงกลายเป็น “สะพาน” ให้พวกเขาสามารถถือเงินดอลลาร์ดิจิทัลได้
- เวเนซุเอลา : เงินเฟ้อรุนแรง + มีกฎระเบียบเข้มงวดในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทำให้ Stablecoin เป็นทางออกเดียวสำหรับประชาชน
“ประชาชนอาร์เจนตินาไม่เชื่อมั่นในค่าเงินของตัวเอง และพวกเขาต้องการถือเงินดอลลาร์ แต่การควบคุมของรัฐบาลทำให้ Stablecoin กลายเป็นทางเลือกหลัก”
– Julián Colombo ผู้อำนวยการอาวุโสจาก Bitso
นอกจากนี้ บราซิล ซึ่งมีประชากรกว่า 216 ล้านคน และ GDP 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ก็เริ่มเห็นการใช้งาน Stablecoin มากขึ้น โดยนาย Gabriel Galipodo ผู้ว่าการธนาคารกลางบราซิลเผยว่า 90% ของธุรกรรมคริปโตในประเทศเกี่ยวข้องกับ Stablecoin
“ส่วนใหญ่ใช้ซื้อของและทำธุรกรรมข้ามประเทศ”
– Gabriel Galipodo ผู้ว่าการธนาคารกลางบราซิล
Stablecoin กลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับการโอนเงินข้ามประเทศ
Stablecoin ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้แรงงานต่างชาติส่งเงินกลับบ้านได้เร็วขึ้นและถูกลง โดยเฉพาะในอเมริกากลางและแอฟริกา
ก่อนหน้านี้ บริการโอนเงินแบบดั้งเดิมมักเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 10% ต่อธุรกรรม แต่ Stablecoin สามารถลดต้นทุนได้เหลือเพียง ไม่กี่เซ็นต์
“การส่งเงินข้ามประเทศผ่านคริปโตมีค่าธรรมเนียมถูกกว่ามาก เดิมทีคุณต้องเสียค่าธรรมเนียมถึง 10% แต่ตอนนี้การโอน Stablecoin อาจมีค่าใช้จ่ายแค่ 1 เซ็นต์ และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที”
– Julián Colombo
Stablecoin กำลังเป็นวาระสำคัญในสหรัฐฯ
ขณะที่ตลาดเกิดใหม่กำลังใช้ Stablecoin อย่างแพร่หลาย รัฐบาลสหรัฐฯ ก็เริ่มให้ความสนใจเรื่องการกำกับดูแล โดยล่าสุด David Sacks หัวหน้าทีมกำกับดูแล AI และคริปโตของทำเนียบขาวได้ประกาศว่า การกำกับดูแล Stablecoin เป็นหนึ่งในวาระสำคัญของรัฐบาลทรัมป์
ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีการเสนอร่างกฎหมายเพื่อกำกับดูแล Stablecoin ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองพรรค
“Stablecoin เป็นแอปพลิเคชันที่สำคัญที่สุดของคริปโต”
– รายงานของ Castle Island Ventures ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Visa
Stablecoin กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินใหม่
จากเดิมที่ Stablecoin ถูกใช้แค่ในตลาดคริปโต ปัจจุบันมันกำลังก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจโลกอย่างแท้จริง และกำลังได้รับการยอมรับจากผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ เช่น PayPal
“เรามองว่า Stablecoin เป็นนวัตกรรมด้านการชำระเงินที่สามารถขยายโอกาสให้ประชาชนทั่วโลกเข้าถึงระบบการเงินที่ปลอดภัย สะดวก และเชื่อถือได้”
– Cuy Sheffield หัวหน้าฝ่ายคริปโตของ Visa
Reference : Cointelegraph