อุตสาหกรรมขุด Bitcoin กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Vanguard, Blackrock และ Fidelity ก้าวเข้ามาถือหุ้นในบริษัทขุดคริปโตรายใหญ่ถึง 15 แห่ง การเข้ามาของกลุ่มทุนวอลล์สตรีททำให้ภาคการขุดซึ่งเคยเป็นตลาดเฉพาะทาง กลายเป็นสนามรบของเม็ดเงินมหาศาล
จากอิทธิพลของ Tether ที่ครองตลาดพันล้าน ไปจนถึงการลดบทบาทของนักลงทุนรายย่อย ข้อมูลการถือครองหุ้นกำลังสะท้อนถึงการเปลี่ยนขั้วอำนาจครั้งใหญ่ ในวงการเหมืองขุดคริปโต โดยในบางบริษัท สถาบันถือหุ้นมากถึง 90% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการวางเดิมพันครั้งใหญ่ของนักลงทุนรายใหญ่
15 บริษัทขุด Bitcoin ที่ได้รับอิทธิพลจากสถาบันการเงิน
- Galaxy Digital Holdings Ltd. (GLXY)
- Fidelity Management & Research Co. LLC ถือหุ้น 14.88%
- นักลงทุนสถาบันมีอิทธิพลปานกลาง โดยนักลงทุนรายย่อยยังคงมีสัดส่วนหุ้นที่สำคัญ
- MARA Holdings, Inc. (MARA)
- Blackrock และ Vanguard ถือหุ้น 13% และ 11% ตามลำดับ
- นักลงทุนสถาบันถือหุ้นรวมกัน 44–49% ขณะที่นักลงทุนรายย่อยและผู้บริหารภายในถือหุ้นส่วนใหญ่
- Riot Platforms, Inc. (RIOT)
- Vanguard (9.8%) และ Blackrock (7%) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
- สถาบันถือหุ้นประมาณ 40% โดยมี Geode Capital Management เป็นอีกหนึ่งผู้ถือหุ้นหลัก
- Core Scientific, Inc. (CORZ)
- สถาบันถือหุ้นสูงถึง 90% นำโดย Vanguard (19.4 ล้านหุ้น) และ Beryl Capital Management (18.2 ล้านหุ้น)
- Bitdeer Technologies Group (BTDR)
- Yong Rong (HK) Asset Management ถือหุ้นใหญ่สุด มูลค่า 65 ล้านดอลลาร์
- นักลงทุนสถาบันถือหุ้นระหว่าง 22.25%–40.93%
- Northern Data AG (NB2)
- Tether Holdings Ltd. ถือหุ้น 39.29% มูลค่า 1.176 พันล้านยูโร
- นักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 59.1%
- Cleanspark, Inc. (CLSK)
- Vanguard (6.55%) และ Blackrock (6.15%) เป็นผู้ถือหุ้นหลัก
- สถาบันถือหุ้นรวม 43–46%
- Iris Energy Limited (IREN)
- Castle Hook Partners ถือหุ้น 3.7%
- นักลงทุนสถาบันถือหุ้น 41–44%
- Cipher Mining Inc. (CIFR)
- นักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 40%
- Vanguard ($29 ล้าน) และ State Street ($27 ล้าน) เป็นผู้ถือหุ้นสถาบันหลัก (27–32%)
- Applied Digital Corporation (APLD)
- CEO Wesley Cummins ถือหุ้น 10.39%
- Blackrock (6.37%) และ Vanguard (5.72%) ทำให้สัดส่วนหุ้นของสถาบันอยู่ที่ 65–75%
11.Hut 8 Corp. (HUT)
- Blackrock (10%) และ Vanguard (7%) เป็นผู้ถือหุ้นสถาบันหลัก
- นักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 57%
12.Terawulf Inc. (WULF)
- สถาบันถือหุ้น 62.3% นำโดย Blackrock (8.2%) และ Vanguard (6.5%)
- นักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 37.7%
13.Bitfufu Inc. (FUFU)
- อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มผู้ก่อตั้งและผู้บริหารภายใน ถือหุ้น 82.9%
- สถาบันถือหุ้นเพียง 1.37–1.49%
14.Bitfarms Ltd. (BITF)
- Vanguard (12.5%), Blackrock (11.2%), และ Fidelity (9.8%) เป็นผู้ถือหุ้นหลัก
- สถาบันถือหุ้น 25–30% ขณะที่นักลงทุนรายย่อยยังคงมีอิทธิพลมากกว่า
15.Cango Inc. (CANG)
- นักลงทุนรายย่อยถือหุ้น 51%
- สถาบันถือหุ้นเพียง 13–14% แสดงถึงความสนใจจากวอลล์สตรีทที่จำกัด
อนาคตของเหมืองขุด Bitcoin: เส้นทางใหม่ภายใต้ทุนวอลล์สตรีท
การเข้ามาของนักลงทุนสถาบันกำลัง เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมขุด Bitcoin อย่างสิ้นเชิง จากที่เคยเป็นตลาดที่เปิดกว้างให้กับผู้เล่นรายย่อย กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีการควบคุมโดยกลุ่มทุนขนาดใหญ่
คำถามที่เกิดขึ้นคือ “นวัตกรรมและอุดมการณ์ของบล็อกเชนจะอยู่รอดได้หรือไม่ ภายใต้การครอบงำของสถาบันการเงิน?” ขณะที่ Wall Street ทุ่มเงินเข้าสู่ตลาดนี้ นักลงทุนคริปโตอาจต้องเผชิญกับอำนาจใหม่ที่มีผลต่อทิศทางของ Bitcoin และอุตสาหกรรมเหมืองขุดในอนาคต
Reference : Bitcoin News