Tether ประกาศรวม USDT เข้ากับเครือข่าย Bitcoin เพื่อเสริมศักยภาพการทำธุรกรรมที่รวดเร็วและปลอดภัยผ่าน Lightning Network
Tether ผู้ออกเหรียญ USDT (Tether Stablecoin) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 30 มกราคมว่า USDT จะถูกบูรณาการเข้าสู่เครือข่าย Bitcoin ทั้งในระดับพื้นฐาน (Base Layer) และ Lightning Network ซึ่งเป็นโซลูชันเลเยอร์สอง (L2) ที่ช่วยเพิ่มความเร็วและความสามารถในการขยายตัวของเครือข่าย
บริษัทระบุว่าการผสานรวมครั้งนี้จะช่วยเสริมความไร้ศูนย์กลาง (Decentralization) และความปลอดภัยของ Bitcoin ควบคู่ไปกับความเร็วและความสามารถในการขยายตัวของ Lightning Network
USDT บน Bitcoin จะทำงานผ่าน Taproot และ Taproot Assets
การบูรณาการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดยโปรโตคอลใหม่ที่ใช้ Taproot และ Taproot Assets ซึ่งพัฒนาโดย Lightning Labs บริษัทพัฒนาโซลูชันสำหรับเครือข่าย Bitcoin และ Lightning Network
เมื่อระบบได้รับการบูรณาการอย่างสมบูรณ์ USDT จะสามารถทำงานบนเครือข่าย Bitcoin ได้โดยตรง พร้อมรองรับธุรกรรมบน Lightning Network ซึ่งเป็นโซลูชันเลเยอร์สองที่ช่วยลดค่าธรรมเนียมและเพิ่มความเร็วในการโอนเหรียญ
Tether มุ่งเน้นนวัตกรรมในเครือข่าย Bitcoin
Paolo Ardoino ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Tether กล่าวถึงความสำคัญของการรวม USDT เข้ากับเครือข่าย Bitcoin โดยเน้นว่า
“Tether มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมภายในระบบนิเวศของ Bitcoin การนำ USDT มาสู่ Lightning Network ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมหลักการพื้นฐานของ Bitcoin ที่เน้นความเป็นศูนย์กลางน้อยและความปลอดภัย แต่ยังเปิดโอกาสใหม่สำหรับการส่งเงิน การชำระเงิน และแอปพลิเคชันทางการเงินที่ต้องการความเร็วและความน่าเชื่อถือ”
ในขณะที่ Elizabeth Stark ซีอีโอของ Lightning Labs มองว่าการบูรณาการ USDT เข้ากับเครือข่าย Bitcoin เป็น “ยุคใหม่ของ Stablecoin” โดยกล่าวว่า
“ผู้คนหลายล้านคนจะสามารถใช้บล็อกเชนที่เปิดกว้างและปลอดภัยที่สุดในการส่งเงินดอลลาร์ทั่วโลก ทุกอย่างล้วนย้อนกลับไปสู่ Bitcoin”
USDT บน Taproot Assets: ขยายขีดความสามารถของ Bitcoin
Tether ระบุว่าการรวม USDT เข้ากับ Taproot Assets จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้เครือข่าย Bitcoin รองรับสินทรัพย์โทเคน (Tokenized Assets) ได้มากขึ้น โดยไม่กระทบต่อโครงสร้างการกระจายศูนย์ของ Bitcoin
นอกจากนี้ โซลูชันใหม่นี้ยังสามารถรองรับ ไมโครทรานส์แอ็กชัน (Microtransactions) การโอนเงินข้ามประเทศที่มีประสิทธิภาพ และการชำระเงินข้ามพรมแดน ซึ่งอาจช่วยเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดย AI ในอนาคต
Reference : Bitcoin News