Cango Inc. (NYSE: CANG) ประกาศขายธุรกิจฝั่งจีน (PRC Operations) ออกทั้งหมด มูลค่ารวม 352 ล้านดอลลาร์ เพื่อปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่ และมุ่งหน้าเข้าสู่ตลาดบิตคอยน์อย่างเต็มรูปแบบ ดีลนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทที่เคยเป็นหนึ่งในผู้เล่นใหญ่ในวงการแพลตฟอร์มซื้อ-ขายรถยนต์มือสองในจีน มาก่อน
อดีตที่แข็งแรง – ปัจจุบันที่ต้องตัดสินใจ
ก่อนหน้านี้ Cango สร้างรายได้หลักจากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และบริการจัดไฟแนนซ์ยานยนต์ในจีน ผ่านการจับมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Didi Chuxing และ JD.com แต่เมื่อเจอแรงกดดันจาก:
- การกำกับดูแลภาครัฐของจีนที่เข้มงวดมากขึ้น
- การชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
- พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
- การแข่งขันรุนแรงจากแพลตฟอร์มภายในประเทศ
ทำให้บริษัทต้องเริ่มมองหา “อนาคตใหม่” ที่นอกเหนือจากตลาดจีน
บิตคอยน์ – ไม่ใช่แค่สินทรัพย์ แต่คือยุทธศาสตร์
การเข้าสู่ธุรกิจ ขุดบิตคอยน์ ของ Cango ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลงทุนในทรัพย์สินทางเลือก แต่ถูกวางให้เป็น “ธุรกิจหลักในอนาคต” บริษัทเริ่มต้นตั้งแต่:
- เซ็นสัญญาจัดซื้อเครื่องขุดบิตคอยน์ล็อตใหญ่จาก Golden Techgen
- รายงานผลผลิตบิตคอยน์รายเดือนอย่างสม่ำเสมอ
- ปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับธุรกิจเหมืองแบบเต็มตัว
- ได้รับความสนใจจากสถาบันการเงิน เช่นการถูกรวมเข้า ETF ของ Bitwise
และในเดือนมีนาคม 2025 เพียงเดือนเดียว บริษัทผลิตบิตคอยน์ได้มากถึง 530 BTC ซึ่งถือเป็นระดับการผลิตที่ใกล้เคียงกับเหมืองระดับกลางในสหรัฐฯ
ทำไมต้องขายกิจการฝั่งจีน?
การขาย PRC Operations จะช่วยให้ Cango:
- ลดภาระความเสี่ยงด้านกฎหมายและการกำกับดูแลจากจีน
- เคลียร์งบดุลให้ “คลีน” เหมาะกับนักลงทุนฝั่งตะวันตกมากขึ้น
- เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารธุรกิจเหมืองบิตคอยน์ที่ต้องใช้ทุนสูง
- เสริมความโปร่งใสเพื่อดึงดูดนักลงทุนสถาบัน
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขอยกเลิกสถานะ “China Concept Stock” ซึ่งหมายความว่า Cango กำลัง หันหลังให้จีนอย่างสิ้นเชิง และจะรีแบรนด์เป็นบริษัทสายเทคโนโลยีระดับโลกในอีกไม่ช้า
อนาคตของ Cango จะเป็นอย่างไร?
หลังจากขายธุรกิจในจีนออกไป Cango จะเหลือ “2 ขาธุรกิจ” หลัก:
- ธุรกิจเหมืองบิตคอยน์นอกประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันกำลังเดินเครื่องเต็มที่
- ธุรกิจยานยนต์ระดับโลก ที่อยู่ระหว่างปรับโมเดลใหม่ให้ไม่ขึ้นกับจีนอีกต่อไป
บวกกับเงินสดที่ได้จากการขายกิจการ และการทยอยซื้อหุ้นคืน บริษัทน่าจะเน้นการ:
- ขยายกำลังการผลิตเหมือง
- เข้าร่วมเครือข่ายเหมืองระดับโลก
- อาจเปิดตัวบริการ DeFi หรือ Crypto Lending สำหรับสินทรัพย์ที่ขุดได้ในอนาคต
Reference : Bitcoin News