Cynthia Lummis วุฒิสมาชิกจากรัฐไวโอมิง เดินหน้าผลักดันให้ BITCOIN Act ผ่านสภาคองเกรส เพื่อตั้ง กองทุนสำรองบิตคอยน์แห่งชาติของสหรัฐฯ (Strategic Bitcoin Reserve) หวังใช้บิตคอยน์เป็นเครื่องมือเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและลดภาระหนี้ของประเทศ
Lummis ซึ่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการวุฒิสภาด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า:
“เหตุผลที่เราต้องผ่าน BITCOIN Act และซื้อบิตคอยน์ให้มากขึ้น:
- กฎหมายนี้จะช่วยให้สหรัฐฯ ควบคุมหนี้ได้
- มีเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่จะสามารถถือครองบิตคอยน์ได้มากพอเพื่อใช้หนุนสกุลเงินสำรองของโลก”
เธอยังกล่าวเสริมว่า “เวลาหมดลงแล้ว บล็อกถัดไปกำลังมา—ลุยเลย!”
แรงกดดันจากหนี้สหรัฐฯ และคำเตือนจาก CEO Blackrock
โพสต์ของ Lummis เกิดขึ้นหลังจาก Larry Fink CEO ของ Blackrock เตือนในจดหมายประจำปีว่า สหรัฐฯ เสี่ยงเสียสถานะเงินทุนสำรองโลก หากปล่อยให้หนี้รัฐบาลพุ่งสูงขึ้นต่อไป
- ปัจจุบันดอกเบี้ยจ่ายของรัฐบาลกลางแตะ 952 พันล้านดอลลาร์ต่อปี แซงหน้าค่าใช้จ่ายด้านกลาโหม
- คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 รายได้ทั้งหมดของรัฐบาลสหรัฐฯ จะถูกใช้ไปกับหนี้และค่าใช้จ่ายภาคบังคับ
Fink ยังชี้ว่า แม้เขาสนับสนุนการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) แต่หากความเชื่อมั่นในดอลลาร์สหรัฐลดลง บิตคอยน์อาจกลายเป็นทางเลือกที่แข็งแกร่งขึ้น
BITCOIN Act: แผนสร้างกองทุนสำรองบิตคอยน์แห่งชาติ
Lummis ได้เสนอร่างกฎหมาย BITCOIN Act อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มีนาคม โดยอ้างอิงคำสั่งบริหารของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump ที่ต้องการให้สหรัฐฯ มี กองทุนสำรองบิตคอยน์ (Strategic Bitcoin Reserve – SBR)
เธอระบุว่า “บิตคอยน์ไม่ใช่แค่โอกาสทางเทคโนโลยี แต่เป็นความจำเป็นของชาติ”
สาระสำคัญของกฎหมาย BITCOIN Act
- อนุมัติให้รัฐบาล ซื้อบิตคอยน์สูงสุด 1 ล้าน BTC ภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด
- ตั้งเครือข่ายห้องเก็บบิตคอยน์ (Bitcoin Vaults) ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ พร้อมมาตรการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์
- ใช้สินทรัพย์ของ Fed และกระทรวงการคลัง ในการลงทุน โดยไม่ต้องใช้ภาษีของประชาชน
- รับรอง สิทธิ์การถือครองบิตคอยน์ของบุคคล (Self-Custody) และกำหนดให้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ห้ามแทรกแซงเสรีภาพทางการเงินของประชาชน
หากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน สหรัฐฯ อาจกลายเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ใช้บิตคอยน์เป็น สินทรัพย์สำรองทางการเงินของชาติ
Reference : Bitcoin News