Custodia Bank ประกาศเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ว่าได้ร่วมกับ Vantage Bank ดำเนินธุรกรรมสำคัญที่ถือเป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ โดยนำเงินฝากดอลลาร์สหรัฐจากบัญชีธนาคารมาแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชนสาธารณะ ผ่านการออก, โอน และรับซื้อคืน Avit stablecoin ให้กับลูกค้าธนาคารโดยตรง
โปรเจกต์นี้ถือเป็นการนำระบบการชำระเงินด้วยดอลลาร์บนบล็อกเชน เข้าสู่โลกการเงินแบบดั้งเดิม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ Stablecoin ที่มีการกำกับและมีดอลลาร์หนุนหลังอย่างเต็มรูปแบบทั่วโลก
Avit Stablecoin คืออะไร?
Avit เป็นเครื่องหมายการค้าของ Custodia Bank Inc. ถูกออกแบบให้เป็น Stablecoin แบบ Fully Reserved หรือมีทุนสำรองเต็มจำนวน และโครงสร้างเหมือน เงินฝากกระแสรายวัน (Demand Deposit) ของธนาคาร ทำให้สามารถทำธุรกรรมดิจิทัลด้วยดอลลาร์ได้แบบโปรแกรมได้ ตรวจสอบได้ และโปร่งใสบนบล็อกเชนสาธารณะ
ทั้งสองธนาคารทำงานร่วมกันในขั้นตอน การออก, การโอน และการรับซื้อคืน Avit บน Ethereum mainnet โดยใช้ ERC-20 standard
ใช้ 8 ขั้นตอนตามมาตรฐานธนาคาร
ในการทดสอบนี้ ธุรกรรมแบ่งออกเป็น 8 ขั้นตอน โดย
- Vantage Bank ดูแลเรื่องเงินสำรองดอลลาร์สำหรับ Stablecoin พร้อมให้บริการ Fedwire/ACH
- Custodia Bank ดูแลฝั่งบล็อกเชน ทั้งการออกเหรียญ, รับซื้อคืน, เก็บรักษา, ตรวจสอบธุรกรรม และปิดยอด ผ่านระบบ Avit Management System
ลูกค้าสามารถโอน Avit เข้าสู่ Self-Custody หรือกระเป๋าส่วนตัวได้ ใช้โอนระหว่างธุรกิจแบบไม่ต้องพึ่งธนาคาร และสุดท้ายสามารถนำ Avit มาแลกคืนเป็นเงินฝากดอลลาร์ได้ตามปกติ
ทั้งสองธนาคารยังได้วางระบบให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎหมายสหรัฐฯ เช่น Bank Secrecy Act, Anti-Money Laundering (AML), และ OFAC
ผู้บริหารชี้ นี่คือจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงระบบการเงินดั้งเดิม
Caitlin Long ซีอีโอของ Custodia ย้ำว่า โปรเจกต์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า
“ธนาคารในสหรัฐฯ สามารถร่วมมือกัน Tokenize เงินฝากดอลลาร์ บนบล็อกเชนแบบ Permissionless ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
เธอยังโพสต์ใน X ว่า
“นี่คือ Stablecoin ตัวแรกที่ออกโดยธนาคาร บนบล็อกเชนแบบเปิด”
และเสริมว่า “ความสำคัญของดีลนี้ไม่ได้อยู่ที่คริปโต แต่คือการที่ TradFi (Traditional Finance) กำลังเข้ามายึดพื้นที่ในโลกบล็อกเชน”
ด้าน Jeff Sinnott ประธานและซีอีโอ Vantage Bank ให้ความเห็นว่า
“นี่คือก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมระบบการเงิน ด้วยการพิสูจน์ให้เห็นว่า Blockchain และ Stablecoin สามารถปฏิวัติระบบการชำระเงินได้จริง”
และ “นี่คือจุดเริ่มต้นให้ธนาคารเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาระบบการเงินข้ามพรมแดน พร้อมใช้จุดแข็งของดอลลาร์สหรัฐ และแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนจากภาครัฐต่อ ‘นวัตกรรมที่รับผิดชอบ’”
โปรเจกต์นี้ใช้ สิทธิบัตรปี 2022 ของ Custodia ว่าด้วยการแปลงเงินฝากดอลลาร์เป็นโทเคนบน Smart Contract Platform แบบเปิด ซึ่งจะเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับอนาคตของโลกธนาคารและ Blockchain
Reference : Bitcoin News